webboard blog Image Map

อาหารจากนิยาย...ข้าวต้มกุ้ง


  “อรุณสวัสดิ์ครับ” เสียงเจ้าตัวดูแจ่มใสรื่นเริง “ขอผมเข้าไปหน่อยนะ โอย...ไม่ไหวแล้ว หม้อข้าวต้มกุ้งมันร้อนครับ ผมเพิ่งยกลงจากเตา ก็ตรงมานี่เลย”

    ขนาดอาการโอดโอยวันนี้ยังดูแจ่มใสได้ขนาดนั้น ไลลาสงสัยว่าคงมีอะไรที่ทำให้ชายหนุ่มผู้นี้อารมณ์ดีแน่นอน และหล่อนก็เชื่อว่าเดี๋ยวเจ้าตัวเขาคงได้หลุดปากเล่าออกมาแน่

    หล่อนเบี่ยงตัวให้เชฟหนุ่มเข้ามา กลิ่นหอมฉุยลอยผ่านจมูกหล่อนไปตอนที่เขาเดินผ่าน เรียกความหิวให้มาเยือนกระเพาะของหล่อนได้ไม่ยาก หญิงสาวปิดประตูแล้วเดินตามชายหนุ่มที่เดินเข้าครัวอย่างคุ้นเคย


    ไลลานึกหมั่นไส้ จนต้องแอบเบะปากใส่แผ่นหลังของอีกฝ่าย นึกค่อนอยู่ในใจ

    ...ปล่อยให้เข้ามาไม่กี่ครั้ง ก็ทำตัวคุ้นเคยเลยนะยะ...

    “คุณเตรียมจัดโต๊ะนะ เดี๋ยวผมไปเอาผักชีกับกระเทียมเจียวก่อน”

    เขาทำท่าจะหันหลังเดินไป แต่แล้วกลับหยุดกึกเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ หันกลับมาถามคนที่ยังยืนอยู่ทีเดิม

    “เอ๊ะ! คุณกินกระเทียมเจียวหรือเปล่านะ แต่เอ...คราวนั้นผมก็ใส่ให้คุณ คุณก็กินหมดเกลี้ยงชามเลยนี่นา”

    ไม่รอฟังคำตอบจากคนที่ยืนอ้าปากค้าง เขาก็เดินจากไปทิ้งให้อีกคนยืนงันอยู่ตรงนั้น ไลลากระถืบเท้าเบาๆ อย่างขัดใจ ...คนอาไร้! ไม่รอฟังกันสักนิดเลยนะ...

    จากเช้าวันหยุดอันสดใส คล้ายจะมีเมฆฝนเริ่มตั้งเค้าตรงปลายขอบฟ้าของหัวใจ ลมเริ่มกรรโชกแรงพายุอารมณ์ลูกน้อยๆ เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ ทว่ามันปนเปกันอย่างยากที่จะบอกได้ว่า อารมณ์ความรู้สึกใดที่รุนแรงและมีพลังมากกว่ากัน


บางส่วนบางตอนจาก นิยายเรื่อง... นิยายรัก 'จำลอง' (หน้า 248)




หลายครั้งเวลาเขียนนิยาย ก็มักจะหยิบเอาอาหารต่างๆ มาใส่ในนิยายตัวเอง อาหารบางเมนูก็เป็นอาหารที่คนเขียนชอบกินเอง บางเมนูก็เป็นอาหารแปลกๆ ที่ไม่เคยกิน และหากินยาก คนเขียนอยากกิน เลยหยิบมาใส่ให้ตัวละครกินเสีย (คนเขียนก็พลอยรู้สึกเหมือนได้กินไปด้วย ^^)

พอดีกำลังเตรียมทำอีบุ๊กนิยายเรื่องแรกในชีวิต ก็เจอว่าในเรื่องนี้ พระเอกนางเอกกินข้าวต้มกุ้ง ข้าวต้มทะเลถึงสองฉากแน่ะ เมื่อวานเลยฉลองมื้อเย็นด้วย "ข้าวต้มกุ้ง" เสียเลย


ข้าวต้มกุ้งมีวิธีทำไม่ยากค่ะ แต่มีเคล็ดลับเล็กน้อยที่อยากแบ่งปั
  1. น้ำซุปใช้หัวและเปลือกกุ้งต้มกับกระเทียม พริกไทยเม็ด รากผักชี ใส่รสดีเล็กน้อย (หรือใช้กระดูกหมูน้ำซุปเคี่ยวรวมไปด้วย) จะได้น้ำซุปหอมกรุ่น
  2. กุ้งต้องสด ปอกกุ้งผ่าหลังล้างให้สะอาด ปรุงรสด้วยซีอิ๊ว กระเทียม พริกไทยดำบด แล้วลงจี่ในกระทะร้อนให้พอสุกทั้งสองด้าน ระหว่างจี่ใส่เหล้าจีนสักนิด เรียกกลิ่น วิธีนี้จะทำให้เนื้อกุ้งไม่แข็งกระด้างเพราะสุกเกินไป เพิ่มกลิ่นหอมและรสชาติให้กุ้ง
  3. ข้าวหุงต่างหาก ควรหุงให้นิ่มสักนิด จะเคี้ยวง่าย อร่อย ถ้าข้าวแข็งเกิน แก้โดยตักข้าวใส่ถ้วย ใส่น้ำซุปให้ท่วมแล้วเข้าเวฟค่ะ ให้ข้าวนิ่มและบานขึ้น ค่อยตักกุ้งที่จี่ใส่
  4. ข้าวต้มกุ้งสูตรนี้ จะทำน้ำซุป ข้าว และกุ้งต่างหาก ไม่ได้ต้มรวมกันในหม้อเดียวค่ะ

เครื่องปรุง
  1. กุ้ง
  2. ต้นหอม ผักชี
  3. ข้าวสวยหุงให้นิ่ม
  4. กระเทียม
  5. พริกไทยเม็ด / พริกไทยบด
  6. รากผักชี
  7. ผงรสดี หรือ น้ำซูปกระดูกหมู หรือ กระดูกหมูสำหรับทำน้ำซุป
  8. น้ำเปล่า
  9. เหล้าจีน *ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้
  10. ตั้งฉ่าย สำหรับโรยหน้า

วิธีทำ
  • ล้างปอกเปลือกกุ้ง แยกหัวกุ้งออกมา เก็บไว้ ห้ามทิ้ง ผ่าหลังกุ้งดึงเส้นดำออก จากนั้นหมักด้วยซีอิ๊วขาว กระเทียม พริกไทยบด
  • ต้มน้ำในหม็อใส่ กระเทียม 2-3 กลีบ พริกไทยเม็ด รากผักชี พอเดือดเอาหัวและเปลือกกุ้งใส่ เคี่ยวสักพัก คอยช้อนฟองออก (ถ้าใช้กระดูกหมู ก็เอากระดูกหมูใส่ลงเคี่ยวก่อน ค่อยใส่เปลือกและหัวกุ้งตาม ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว ให้มีรสชาติ) พอเดือดได้ที่ ซุปหอมดีแล้ว ตักหัวและเปลือกกุ้งออกทิ้ง
  • ซอยต้นหอมผักชีพักไว้
  • สับกระเทียม แล้วตั้งกระทะใส่น้ำมัน เจียวกระเทียมให้เหลือง ตักขึ้นพักไว้
  • กระทะเจียวกระเทียมเสร็จแล้ว เอากุ้งที่หมักไว้ลงจี่ให้สุก กลับด้าน ใส่เหล้าจีน 1/4 ฝา คลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วตักขึ้นพักไว้

วิธีประกอบร่างข้าวต้ม

  1. ตักข้าวใส่ถ้วย ตักกุ้งวางข้างบน
  2. ตักน้ำซุปราด
  3. โรยต้นหอมผักชี ตั้งฉ่าย กระเทียมเจียว และพริกไทย

เช้าวันหยุดลองมาทำข้าวต้มกุ้งกินกันไหมคะ ^^



- - -เตรียมพบกับ... นิยายรัก 'จำลอง' ในรูปแบบอีบุ๊ก เร็วๆ นี้ค่ะ - - -

เตรียมพบกับนิยายเรื่องใหม่ล่าสุด...ออนแอร์ 'ที่นี่'...เร็วๆ นี้

แม้งานหนังสือจะผ่านไปแล้ว แต่ีใช่ว่าชีวิตนักเขียนจะสบาย หมดภาระไปด้วย เพราะการทำงานของนักเขียน...บอกตรงๆ ว่า ไม่มีวันจบเลยค่ะ เรื่องนี้จบ ส่งต้นฉบับ ก็ต้องเตรียมเรื่องต่อไปทันที ยิ่งเมื่อตอนนี้ตัวเองกลายเป็นนักเขียนหน้าใหม่ เลยยิ่งต้องฝากผลงานเอาไว้ให้ติดตาผู้คนมากๆ

เพราะฉะนั้นเมื่องานหนังสือจบ...งานใหม่ก็จึงเกิดขึ้นตามมา แม้ตอนนี้จะยังได้ไม่กี่บท แต่เดดไลน์มาแล้วเห็นๆ ...เอื๊อกก!!!

เลยมีเรื่องใหม่มาจ่อคิวรอ...ขอรวบรวมต้นฉบับให้ได้สักประมาณหนึ่งนะคะ แล้วตั้งแต่เดือนหน้า...พฤษภาคม เป็นต้นไป จะเริ่มโพสต์กันให้อ่านค่ะ เรื่องใหม่นี้มีชื่อว่า...สายลับไฮโซ



ลองมาเขียนแนวชิกลิต โรมานติก คอมาดี้ ดูบ้าง แต่ไม่รู้ว่าจะอ่านแล้วฮาได้แค่ไหนนะคะ นางเอกออกจะเว่อร์ๆ เพราะเธอเป็นถึงเซเลบสาวคนสวย...รวยค่อดๆ ค่ะ ^^

ช่องทางในการอ่านนิยายเรื่องนี้มีอยู่หลายช่องทางค่ะ
  • เวบบอร์ดที่เวบนี้ - คลิกคำว่า 'เวบบอร์ด' ด้านบนค่ะ จะพาเข้าสู่เวบบอร์ดที่ออกจะเงียบเหงาของเวบนี้ ต้องสมัครสมาชิกก่อนนะคะถึงจะอ่านได้
  • Dek-D - ไปสมัครไว้ค่ะ คนที่อ่านนิยายที่โน่นอยู่แล้วก็สามารถติดตามอ่านนิยายได้ที่นั่นอีกช่องทางหนึ่งค่ะ
  • เวบเลิฟ - นี่ก็เพิ่งสมัครค่ะ ว่าจะลองโพสต์ที่นั่นอีกที่เหมือนกัน ยังไม่มีลิงก์มาให้นะคะ เมื่อไรโพสต์แล้วจะมาแจ้งค่า
 ประเดิมบทแรกวันพุธที่ ๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ ฉลองวันแรงงานค่ะ 

ได้อะไรมาบ้างจากงานหนังสือคราวนี้

เผลอแวบเดียวก็ผ่านมาจะสองอาทิตย์แล้วนะคะ สำหรับงานหนังสือ ตอนนี้หลายคนคงเริ่มทยอยอ่านหนังสือที่ซื้อมาบ้างแล้ว บางคนก็อาจจะเก็บเข้าไหดอง เตรียมหมักให้ได้ที่ก่อนค่อยหยิบมาอ่าน

ส่วนตัวแล้วถามว่าครั้งนี้ซื้อเยอะไหม...ถ้าเอาแบบเสียตังค์ละก็ ไม่เยอะค่ะ ซื้อเฉพาะที่อยากได้และต้องใช้ในการทำงานเท่านั้น แต่ที่เห็นเยอะๆ นั่น ส่วนหนึ่ง (ส่วนเยอะ) ก็มาจากการเอา Voucher ไปซื้อมาค่ะ และก็มีแลกบ้าง

แต่งานหนังสือครั้งนี้เป็นอีกครั้งหนึ่งที่รู้สึกประทับใจค่ะ เพราะเป็นครั้งแรกหลังจากที่ห่างหายไปนาน ความรู้สึกที่ได้กลับไปอยู่ในงานหนังสือ โดยเฉพาะการได้ไปแจกลายเซ็น ไปพบปะนักอ่าน ไปพบเจอพี่น้องนักเขียนคนอื่น นั่นล่ะค่ะ...สุขสุดยอด เป็นการไปงานหนังสือโดยที่ไม่ต้องมีความรู้สึกผิดว่า...เออ ไม่มีหนังสือออกกับเค้าเสียที ^^

เสียดายก็แต่...ในงานคราวนี้ ไม่ได้เจอพี่น้องนักเขียนที่อยากเจอหลายคน แต่ก็หวังว่าคงจะได้เจอกันในงานครั้งหน้า

สำหรับหนังสือที่ซื้อมาก็ตามที่เห็นในรูปข้างล่างนี่เลยค่ะ มีอีกสองสามเล่มที่ลืมเอามากองถ่ายรูปด้วย กองซ้ายสี่เล่มบนเป็นเล่มที่ซื้อเองค่ะ ส่วนเจ็ดเล่มล่างใช้ Voucher ซื้อมา กองขวานั่นซื้อทั้งหมดค่ะ (เย้ยย...เยอะเหมือนกันนิ =_=')





เล่มที่อ่านจบเป็นเล่มแรกคือ...เล่มนี้ค่ะ! บ้านตุ๊กตา ของ พี่ปุ๊ ดวงตะวัน อ่านจบก่อนเพื่อนเพราะคิดจะส่งพลอตไปให้พิจารณา เผื่อจะมีบ้านน้อยในซอยทองคำสิบเอ็ดกับเขาสักหลัง แต่จนป่านนี้ก็ยังไม่ได้เริ่มเขียนพลอตเลย แหะๆ





ส่วนเล่มนี้ ว่าไป...เป็นเล่มแรกที่ซื้อในงานหนังสือ อ่านอยู่ ยังไม่จบเพราะมัวแต่ยุ่งกับงานชิ้นใหม่ค่ะ ว่าจะค่อยๆ อ่านไปเรื่อยๆ



สุดท้ายนี้ก่อนจะลาจากกันไป...ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่อุดหนุนซีรีส์ My Hero นะคะ ไม่ว่าจะซื้อทั้งซีรีส์ หรือซื้อแค่เล่มเดียว ขอฝากชายหนุ่มทั้งห้าคนไว้พิจารณาด้วยนะคะ

 

หนังสือของ... 'นภสร'

"นภสร" มีผลงานเรื่องแรก...ได้แก่...
 

ใต้ปีกปักษา

 
“ยิ่งเกลียดเท่าไหร่ ก็ยิ่งได้พบเจอ”
เธอไม่อาจให้อภัยเขาที่เป็นสาเหตุให้พ่อของเธอต้องจากไป และเขาก็ไม่มีวันข่มตาให้นอนหลับได้หากไม่ชดใช้ในสิ่งที่ตัวเองได้ทำ

เธอปฏิเสธเขาด้วยการสร้างกำแพงแห่งความเกลียดชังขึ้นมากั้น เขาพยายามกร่อนทำลายกำแพงนั้นด้วยความรักทีละน้อย

ความเกลียดชังจะหมดไปจากใจของเธอได้หรือไม่ ความรักเอาชนะทุกอย่างได้จริงหรือ และเธอจะทำอย่างไร...

หากกว่าจะรู้ตัวว่ารักเขาหมดหัวใจก็เกือบจะเสียเขาไปตลอดกาล












ชมปก อ่านคำโปรย และร่วมเล่นเกม ชิงนิยายเรื่อง 'ใต้ปีกปักษา'

และแล้วนิยายลำดับที่ 6 ของนักเขียนหน้าเก่าคนนี้ แต่เป็นลำดับที่ 1 สำหรับนามปากกาใหม่...นภสร ก็เสร็จเรียบร้อยส่ง บ.ก. ไปตั้งกะย่ำรุ่งวันพฤหัสบดีที่ผ่านมานะคะ แม้จะยังเหลือบทนำซึ่งเพิ่งประชุมร่วมกันมาเมื่อวันศุกร์ และมีกำหนดส่งในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ ก็ไม่น่าจะมีอะไรผิดพลาดแล้วล่ะค่ะ น้องๆ เพื่อนๆ พี่ๆ คงได้อ่านนิยายเล่มใหม่ล่าสุดนี้ ปลายเดือนมีนาคมนี้แน่นอน!

วันนี้ก็เลยเอาปกมาอวดค่ะ ปกสีชมพูหวานมากกกกก...แต่ที่ชอบมากที่สุดคือ หน้ากากกันลมบนหน้าปกนั่นล่ะค่ะ

คลิกรูปเพื่อขยาย

คำโปรยปกหลัง
“ยิ่งเกลียดเท่าไหร่ ก็ยิ่งได้พบเจอ”
เธอไม่อาจให้อภัยเขาที่เป็นสาเหตุให้พ่อของเธอต้องจากไป
และเขาก็ไม่มีวันข่มตาให้นอนหลับได้ หากไม่ชดใช้ในสิ่งที่ตัวเองได้ทำ
เธอปฏิเสธเขาด้วยการสร้างกำแพงแห่งความเกลียดชังขึ้นมากั้น
เขาพยายามกร่อนทำลายกำแพงนั้นด้วยความรักทีละน้อย
ความเกลียดชังจะหมดไปจากใจของเธอได้หรือไม่ ความรักเอาชนะทุกอย่างได้จริงหรือ
และเธอจะทำอย่างไร หากกว่าจะรู้ตัวว่ารักเขาหมดหัวใจก็เกือบจะเสียเขาไปตลอดกาล


และนี่คือปกของทั้งห้าเล่มค่ะ เวลาเอามาเรียงต่อกันแล้วสวยมาก เพราะรูปจากปกหนึ่งจะพาดไปอีกปก แต่ที่เห็นว่าระหว่างปก ใต้ปีกปักษา กับ มนตราลายหงส์ สายรองเท้าบัลเล่ต์บนปกใต้ปีกปักษาหายไปนั่นเป็นความผิดพลาดนะคะ ปกจริงๆ จะมีสายรองเท้าค่ะ ^^

คลิกรูปเพื่อขยาย
และสุดท้ายไหนๆ นี่เป็นเล่มแรกในรอบหกปี ซึ่งคนเขียนตื่นเต้นดีใจเหลือเกินที่เขียนนิยายจบกับเขาเสียที นับว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีในการทำงาน เพราะตอนนี้ไฟเพียบเลยค่ะ กำลังวางพล็อตเรื่องต่อไปแล้ว ส่งบทนำเมื่อไรจะเริ่มต้นทำงานต่อทันทีล่ะค่ะ ฉะนั้นเรามาเล่นเกมดีกว่าค่ะ

คลิกเพื่อขยาย
กติกามีง่ายๆ แค่เพียงว่า...
  1. กด like เพจ คีตาญชลี นภสร ธมกร
  2. กด share link นี้บนหน้า wall ของคุณ (ตั้งค่าเป็น public เพื่อให้ทุกคนสามารถเห็นด้วยนะคะ)
โดยมีเงื่อนไขดังต่อไปนี้ค่ะ...
  • ทุก 300 ไลค์ ต่อหนังสือ 1 เล่ม เพราะฉะนั้นยิ่งไลค์มากแชร์มากเท่าไร ก็ยิ่งมีสิทธิ์ได้รับหนังสือมากขึ้นเท่านั้น
  • ระยะเวลาเล่นเกม ตั้งแต่วันนี้ - 8 เม.ย. 2556 เท่านั้น
  • หากครบกำหนดแล้ว ยอดไลค์ไม่ถึง 300 ก็จะแจกหนังสือให้ผู้โชคดีทั้งหมด 2 ท่านค่ะ (1 เล่ม/คน)
** ประกาศ ณ วันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2556 : ยอดไลค์ 172 **

และหากใครว่าง...ในวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2556 ก็มาเจอกันได้นะคะ สำหรับรายละเอียดเวลาและสถานที่ จะมาแจ้งให้ทราบในโอกาสต่อไปค่ะ ^^

พบกับ...My Hero วีรบุรุษสุดที่รัก ได้เร็วๆ นี้

ถ้าติดตามกันบน FB ไม่ว่าจะเป็นโปรไฟล์ส่วนตัว หรือว่า Fanpage ก็คงแว่วๆ กันมาบ้างว่ากำลังเขียนนิยายเรื่องใหม่อย่างขะมักเขม้น และมีกำหนดวางแผงในงานหนังสือปลายเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ เดดไลน์ก็ใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว ฉะนั้นคิดว่าคงไม่เป็นหมันเหมือนคราวก่อนๆ ที่รับปากว่าจะมีหนังสือออกแต่สุดท้ายก็แห้ว ^^

เรื่องใหม่นี้เป็นซีรี่ย์ค่ะ มีด้วยกันทั้งหมดห้าเรื่อง ห้าเล่ม ห้าคนเขียน เรารอไฟเขียวจากทางสำนักพิมพ์ในการโปรโมตนิยายในซีรี่ย์ชุดนี้ จนกระทั่งสักปลายอาทิตย์ที่แล้วกระมัง...เวบสำนักพิมพ์ก็ขึ้นโปรโมตไว้



ก็เลยได้ฤกษ์ดีมาบอกเล่ากันที่นี่กันอีกทอดค่ะ เปิดเผยรายชื่อนักเขียนทั้งห้าคนที่ร่วมเขียนในซีรี่ย์ชุดนี้แล้วนะคะ บอกไว้ก่อนว่า...โจทย์ที่ได้รับมานั้น แต่ละเรื่องเป็นอิสระค่ะ ต่างคนต่างเขียน ไม่เกี่ยวเนื่องกัน เพราะฉะนั้นอ่านเรื่องไหนก่อนหลังก็ได้ หรือจะอ่านเรื่องนี้ ไม่อ่านเรื่องนั้น อ่านเรื่องโน้น ไม่อ่านเรื่องนี้...ก็ได้ทั้งนั้น แต่ถ้ารักเรา สงสารเรา...รับไว้ทั้งห้าเรื่อง เราจะรักคุณขึ้นอีกหลายเท่าค่ะ...ฮา (โฆษณาตั้งกะยังไม่วางแผงกันเลยทีเดียว)

รายละเอียดในส่วนของชื่อเรื่อง ยังไม่เปิดเผยนะคะ ส่วนเรื่องโพสต์ให้อ่านกันในเนตก็ขออนุญาตรอไฟเขียวจากทางสำนักพิมพ์อีกครั้งค่ะ...

แล้วจะมาอัพเดตให้ทราบกันเป็นระยะๆ พร้อมทั้งเชิญชวนมาเล่นเกมชิงรางวัลกันในโอกาสต่อไปค่ะ (ขอเวลาฟังข่าวจาก สนพ. ก่อนนะคะ คาดว่าหลังจากส่งต้นฉบับตอนปลายเดือนนี้ น่าจะรู้รายละเอียดต่างๆ เพิ่มเติม)


แล้วเราก็กลายเป็นศิษย์พี่-ศิษย์ฺน้อง

วันอังคารบ่าย (๔ ธันวาคม ๒๕๕๕) กำลังจะออกจากบ้านไปรับเด็กหญิงกลับจากโรงเรียน สายตาก็พานไปเห็นจดหมายซองสีขาวสอดอยู่ในตู้จดหมายหน้าบ้าน ตอนแรกก็ว่าจะไม่ดูเพราะคิดว่าเป็นพวกสลิปค่าโทรศัพท์ กลับมาค่อยมาหยิบไปก็ได้ แต่นึกยังไงไม่รู้เลยหยิบออกมา แล้วก็ตาโตเมื่อเห็นตราและชื่อตรงมุมซ้ายบนของซอง

เพราะจำได้ติดตาว่าเป็นตราโรงเรียน!

รีบเปิดด้วยใจตุ้มๆ ต่อมๆ ว่าผลข้างในจะเป็นอย่างไร...

ก่อนอื่นต้องท้าวความว่า...ปีนี้เด็กหญิงเรียนอยู่ชั้นอนุบาลสองแล้ว ก็เลยต้องรีบเตรียมตัวมองหาโรงเรียนที่จะเรียนต่อกันแต่เนิ่นๆ ก่อนปิดเทอมคุณครูก็สอดจดหมายมาในกระเป๋าเด็กหญิงเพื่อบอกข่าวว่าโรงเรียนที่พ่อกับแม่ตั้งใจให้เด็กหญิงเข้าจะเปิดรับสมัครนักเรียนเพื่อเตรียมสอบเข้าในชั้นอนุบาลสามราวต้นเดือนพฤศจิกายน เรียกว่าเปิดเทอมปุ๊บก็รับสมัครปั๊บ อาทิตย์ถัดมาก็สอบทันที

พ่อกับแม่ไม่เคยพาเด็กหญิงไปติวเข้มหรือไปสอบอะไรที่ไหนเลย ไม่เคยเรียนพิเศษนอกจากพิเศษเย็นที่โรงเรียน เพราะเราทั้งคู่ไม่อยากให้ลูกต้องเครียดมากกับการเรียน (แต่ก็แอบกลัวว่าลูกจะทำข้อสอบได้หรือเปล่า เพราะโรงเรียนที่เรียนก็ไม่ได้เน้นวิชาการเข้มเหมือนหลายๆ โรงเรียน) เรียกว่า...ไปสอบด้วยภูมิความรู้เดิมๆ นี่แหละ

วันสมัครแม่ไปเองเพราะต้องไปกรอกแบบสอบถามซึ่งนัยว่าก็คือการสอบสัมภาษณ์ผู้ปกครองนั่นเอง ถามว่าเตรียมตัวอะไรหรือเปล่า...เปล่าเลยค่ะ ไม่ได้เตรียมอะไรไปแม้แต่น้อย เพราะคำถามที่ถามเป็นคำถามเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกและทัศนคติของเราล้วนๆ ตอบอย่างไรก็ไม่มีผิดมีถูกหรอกค่ะถ้าคุณตอบตามจริง...ตามวิธีที่คุณเลี้ยงลูกมา และถ้าคุณเลี้ยงลูกด้วยความรัก ความเอาใจใส่ รับรองว่า...คุณตอบได้อยู่แล้ว

พอวันสอบซึ่งเป็นเสาร์ถัดมา แม่ก็พาเด็กหญิงไปสอบคนเดียว เพราะตอนแรกแม่ดันจำผิดวัน นึกว่าเป็นวันอาทิตย์เหมือนวันสมัคร แต่ปรากฏเป็นวันเสาร์ (โชคดีมากที่คุณครูประจำชั้นเตือน ไม่งั้นล่ะแย่แน่ๆ) ส่วนพ่อมีธุระนัดลูกค้าไว้ (ก็แม่ดันบอกผิดวัน แหะๆ) เด็กหญิงตื่นเต้นกับโรงเรียนบอกว่าสวยจังเลย ชอบสนามเด็กเล่นอยากจะไปเล่นเหลือเกิน เลยต้องบอกว่าพอสอบเสร็จจะพามาเล่น

เด็กเยอะมากค่ะ...แต่ละคนดูท่าทางเก่งๆ ไม่หวังอะไรมากเลยจริงๆ แม้ว่าแม่จะได้ชื่อว่าเป็นศิษย์เก่า และเขาบอกกันว่ามีเปอร์เซ็นต์ได้มากกว่าคนอื่น แต่แม่ก็เป็นศิษย์เก่าประเภทไม่เคยกลับไปเหยียบโรงเรียนอีกเลยตั้งแต่เรียนจบมา ^^'

เลยไม่หวังจริงๆ ค่ะ เพราะตอนสมัยเรียนคุณครูบอกเสมอว่า...เรียนจบไปก็แวะกลับมาบ้างนะ ไม่ใช่หายไปเลย พอมีลูกอยากให้ลูกเข้าเรียนค่อยมา (เอิ่มมม...อิชั้นทำอย่างนั้นเป๊ะ)

สอบเสร็จเด็กหญิงก็ออกมา แม่กับคุณครูที่ไปคอยให้กำลังใจก็ถามว่าทำได้ไหม เธอบอกว่าทำได้ แต่ไม่ยอมบอกว่าข้อสอบเป็นอย่างไร มีอะไรบ้าง (ข่าวว่าคุณครูคุมสอบจะบอกเด็กไม่ให้มาบอกค่ะ) เราฟังก็...อืม ทำได้ก็ทำได้วุ้ย สอบเสร็จกลับบ้านก็ไปรอผล ไม่รู้หรอกว่าผลออกเมื่อไร รู้แต่ว่าต้นเดือนธันวาคม

แล้วผลก็มาถึงมือเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา...


แม่อ่านรอบแรกแล้วก็ต้องอ่านซ้ำอีกรอบ...ไม่ได้ตาฝาดใช่ไหม?

พอแน่ใจว่าอ่านไม่ผิดก็โทรบอกข่าวพ่อทันทีให้ช่วยกันดีใจ เพราะเราทั้งคู่ต่างก็ไม่คาดคิดว่าลูกจะสอบได้ คิดว่าถ้าสอบไม่ได้ก็ค่อยสอบใหม่ปีหน้าแล้วกัน เพราะคุณครูเคยบอกว่าถ้าจะสอบเข้าที่นี่จะต้องสอบสองครั้ง คือ ตอนอนุบาลสองครั้งหนึ่ง แล้วก็อีกครั้งตอนอนุบาลสาม ถ้าไม่สอบตอนอนุบาลสองก็จะไม่มีสิทธิ์สอบตอนอนุบาลสาม (คือ...ถ้าสอบตอนอนุบาลสองไม่ติด พออนุบาลสามก็มาสอบใหม่ได้ แต่ถ้าไม่เคยสอบเลยตอนอนุบาลสอง จะมาสอบตอนอนุบาลสามเนี่ย...ไม่ได้ อันนี้ไม่รู้เท็จจริงยังไงนะคะ แต่ก็เห็นคุณครูบอกเหมือนกันหมดทุกคน)

เด็กหญิงสอบได้อย่างนี้พ่อแม่ก็หมดกังวลไปอีกหนึ่งเรื่อง ไม่ต้องหาโรงเรียนให้ลูกอีกเพราะอยู่ที่นี่ก็เรียนยาวไปถึง มอ. หก เลย นอกจากว่าจะคิดไปสอบเข้าเตรียมอุดมตอนขึ้น มอ. สี่ ก็ค่อยว่ากัน

ตอนบอกเด็กหญิง เธอไม่ได้ดีใจอะไรนะ คงอาจจะยังไม่เข้าใจเท่าไรมั้ง แต่พอถามว่าไปเรียนที่มาแตร์ไหม...ชอบไหม...เธอก็บอกว่าชอบ โรงเรียนสวย ก็คงต้องดูกันว่าตอนเปิดเรียนวันแรก แล้วไปเรียนที่นั่นจะเป็นยังไง แต่แม่เชื่อ...ว่าลูกเก่งอยู่แล้ว ^_^





สุขสันต์ถ้วนหน้า...ลอยกระทงสุขใจ

และแล้วก็ถึงวันลอยกระทงอีกครั้ง ความจริงวันนี้เป็นวันที่ตัวเองไม่ค่อยอะไรเท่าไรนะคะ เพราะในชีวิตนี้ลอยกระทงนับครั้งได้เลยค่ะ เนื่องจากวันนี้มักเป็นวันที่ผู้คนนิยมออกนอกบ้าน รถราเยอะ ผู้คนเยอะ เลยไม่ชอบออกไปไหน...ไปแข่งกับเขา รู้สึกว่าไม่สนุก และต้องมีความพยายามมากกว่าปกติในการทำอะไรสักอย่าง...ไม่ว่าจะหาที่ทานข้าว หาที่ลอยกระทง เลยไม่เคยออกจากบ้านในช่วงลอยกระทงเลย

แต่ปีนี้...ที่โรงเรียนเด็กหญิงมีลอยกระทงค่ะ มีการละเล่น (ในห้อง) แล้วก็ให้เด็กได้ทำกระทง แล้วก็ลอยกระทงในสระที่ทางโรงเรียนทำขึ้นมาเป็นพิเศษ เด็กๆ ได้แต่งตัวสวยงามในชุดไทย ก็เป็นการส่งเสริมและให้เด็กได้เรียนรู้วัฒนธรรมการละเล่นของไทยในอีกรูปแบบหนึ่ง

เด็กหญิงไม่มีชุดไทยหรอกค่ะ พ่อแม่เลยเดือดร้อน...เพราะอยากให้เด็กหญิงได้ใส่ชุดสวยๆ เหมือนคนอื่น ไปหาซื้อชุดไทยให้ถึงพาหุรัด ได้มาชุดหนึ่งสีชมพูตามที่เธอสั่งไว้ทุกประการ เป็นผ้านุ่งและเสื้อลูกไม้ พอกลับถึงบ้านให้ลองปรากฏเสื้อไม่ผ่าน...เธอใส่แล้วบ่นอึดอัด คัน

สรุปเลยได้แต่ใส่ผ้านุ่งกับเสื้อสีครีมผ้าลื่นๆ ที่มีอยู่แล้ว พยายามเกลี้ยกล่อมยังไงก็ไม่เป็นผล เธอไม่ใส่ ก็คือไม่ใส่ ^^

แม่พาไปโรงเรียนแต่เช้า เพื่อไปร่วมกิจกรรมและแม่ก็อยู่ต่อเพื่อถ่ายรูป กล้องก็ไม่ได้เอาไป ได้กล้องจากมือถือนี่แหละ...ช่วยชีวิต

กระทงใครไม่รู้...ขอถ่ายหน่อยแล้วกัน ^^
ก่อนออกจากบ้านแม่ก็ขอถ่ายรูปก่อน เพราะไม่แน่ใจว่าไปถึงโรงเรียนจะได้ถ่ายรูปเด็กหญิงตัวเต็มๆ อย่างนี้หรือเปล่า ฟ้าก็หลัวรูปก็มืด เลยได้มาแค่นี้แหละ

อืมมม...นี่โพสต์ท่าแล้วนะเนี่ย...^^

ทะเล้นตลอดแหละเค้าน่ะ

พอรูปดี...แม่ก็ดันมองไม่เห็นว่ามันชัดหรือไม่ชัด ^^'

 แต่ฝนฟ้าไม่เป็นใจเลย...เด็กๆ ก็เลยต้องทำกิจกรรมบนห้อง แทนที่จะไปเล่นกันข้างล่าง แต่ประสาเด็กแหละ...ไม่ว่าที่ไหนเค้าก็สนุกกันได้ พอฝนหยุดคุณครูก็เรียกให้เด็กๆ ลงมาข้างล่างเพื่อลอยกระทง แต่ลอยไปได้ไม่เท่าไร ก็ต้องให้เด็กๆ ขึ้นห้องก่อนเพราะฝนลงเม็ดมาอีก พี่ๆ อนุบาล ๒ กับ ๓ เลยได้ลอยตอนบ่าย แม่ก็เลยกลับบ้านก่อน...เพราะรอถึงบ่ายคงจะไม่ไหว

คืนนี้...คงไม่ได้ไปไหน เพราะอยู่กันสองคน และไม่นิยมไปไหนกันสองคนตอนกลางคืนอยู่แล้ว แต่ก็คิดว่าเท่านี้เด็กหญิงก็คงสนุกแล้ว

คุณล่ะคะ...วันนี้ไปลอยกระทงที่ไหนกันหรือเปล่า?

นิยายกำลังลงจอ นิยายรีรัน และนิยายใหม่...กำลังเริ่มบรรเลง



เมื่อวานเพิ่งโพสต์นิยายไปทั้งนิยายที่กำลังเขียนคือ ปมปริศนา (เปลี่ยนชื่อมาจาก จันทร์เร้นใจ) และนิยายรีรัน เรื่อง นิยายรัก 'จำลอง' แต่ไมไ่ด้มาอัพบล็อกเพราะดึกแล้ว วันนี้ก็เลยขยันทำงานหน่อย มาอัพบล็อกบอกกล่าวกัน เผื่อคนที่ติดตามอ่าน (ที่ไม่หนีไปเสียก่อนเพราะรอไม่ไหว แหะๆ) จะได้รู้ข่าวคราวกัน

จะพยายามโพสต์ต่อเนื่องทุกอาทิตย์นะคะ เพราะตอนนี้มีเวลาทำงานเขียนมากขึ้นแล้ว และมีโครงการใหม่ที่จะเริ่มในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ เป็นนิยายที่รับปากพี่ บ.ก. ว่าจะต้องเขียนให้จบภายในกุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ ค่ะ และจะได้อ่านกันเป็นรูปเล่มในงานหนังสือปีหน้า (ขอกำลังใจเยอะๆ นะคะ ให้เขียนเสร็จทันตามกำหนดด้วยเถิด...เพี้ยงงงง!!!) เพราะฉะนั้นพอเริ่มเขียนนิยายเรื่องใหม่นี้เมื่อไร งานที่ค้างอยู่ก็คงพักไว้ก่อนชั่วคราว แต่จะไม่ทิ้งนะคะ จะพยายามเขียนให้ได้อาทิตย์ละบท จะได้มีเอามาลงให้อ่านกันค่ะ ตอนนี้ก็มีสต็อกเก็บไว้หลายบทแล้วล่ะค่ะ ถ้าเขียนได้อาทิตย์ละบท ก็ไม่น่าจะขาดตอน (เว้นเสียแต่ว่า...คนเขียนขี้เกียจโพสต์ แหะๆ)

นิยายเรื่องใหม่ที่จะเริ่มเขียนในอีกวันสองวันนี้...มีพล็อตเรื่องสมบูรณ์แล้ว ขออุบไว้ก่อนนะคะ เอาไว้ได้รับไฟเขียวเมื่อไร จะมาป่าวประกาศให้ทราบกันอีกครั้งค่ะว่าเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับอะไร และ...น่าจะไ้ด้โพสต์ให้อ่านกันด้วย

เมื่อครู่ที่เกริ่นไว้ว่าตอนนี้มีเวลาทำงานเขียนมากขึ้นนั้น ต้องเท้าความก่อนว่า ช่วงเวลาที่หายไปหลังจากมีน้อง...ว่างจัดนักก็เลยไปทำ scrapbook ค่ะ ทำถึงขั้นเปิดร้านออนไลน์ขายกันเลยทีเดียว แต่เป็นร้านที่เราต้องสมัครไปเป็นดีไซเนอร์ประจำที่ร้านของเขา และก็มีสัญญาต่อกันว่าเดือนๆ หนึ่งต้องทำอะไรบ้าง ได้ส่วนแบ่งเท่าไร อะไรประมาณนั้น

หลายเดือนที่ผ่านมาก็กำลังคิดตัดสินใจอยู่ว่าจะเลิกทำเสียที เพราะอยากมีหนังสือออกกับเค้าบ้าง หลายปีที่ไม่มีผลงานจนคนจะลืมกันไปหมดแล้ว แต่ก็ลังเลอยู่นั่น ใจหนึ่งอยากเลิก ใจหนึ่งก็เสียดาย อยาก-ไม่อยากอยู่เนี่ย กระทั่งปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมาก็ได้รับเมลจากพี่ บก. ชวนเขียนนิยาย กว่าจะเห็นเมลก็ปาไปหลายวัน จนพี่ บ.ก. นึกว่าไม่สนใจ (แต่เปล่าค่ะ...พักหลังเช็กเมลจากโทรศัพท์ แล้วเมลจากพี่ บ.ก. ก็จะถูกตั้งไว้ให้ส่งเข้าโฟลเดอร์พิเศษ ทำให้เวลาเช็คจากโทรศัพท์ ถ้าไม่เข้าโฟลเดอร์นั้น มันก็ไม่เช็คให้) พอตอบกลับไปว่าสนใจเขียน เรื่องที่ตัดสินใจไม่ได้เสียทีก็เลยได้เวลาตัดสินใจเสียที

สุดท้ายก็เลยเลิกทำ scrapbook เพื่อจะได้มีเวลาให้กับการเขียนนิยายเต็มที่ เพราะจะต้องทำให้ทันเดดไลน์ ขณะเดียวกันเรื่องที่เขียนค้างอยู่ก็อยากจะเขียนต่อไปให้จบ ไม่อยากให้ค้างไว้นานเพราะกลัวจะค้างเติ่งอยู่อย่างนั้นเหมือนอีกหลายๆ เรื่อง ถึงแม้จะต้องทุ่มเทความสำคัญให้กับเรื่องที่จะเขียนใหม่ แต่ก็จะพยายามไม่ทิ้งเรื่องที่เขียนค้างอยู่ เพราะจะว่าไปก็เขียนมาถึงครึ่งเรื่องแล้ว

นอกจากเรื่องเวลาทำงานที่มีเพิ่มขึ้น ก็คงจะได้มีเวลาอัพบล็อก โพสต์นิยายเพื่อที่จะได้มีแรงกระตุ้นอีกทางในการเขียนนิยายด้วยค่ะ

มีข่าวคราวเพิ่มเติมเมื่อไร จะมาแจ้งให้ทราบกันต่อไปนะคะ ส่วนวันนี้...เชิญคลิกเข้าไปอ่านนิยายสองเรื่องทั้งเก่าและใหม่กันได้ตางลิงก์ด้านบนซ้าย (คลิกตรงคำว่า เวบบอร์ด) หรือ คลิก ตรงนี้ได้เลยค่ะ



การ์ดวันแม่ สิงหาคม ปี ๒๕๕๕

วันแม่ผ่านมาหลายเดือนแล้วค่ะ ไม่ได้โพสต์การ์ดวันแม่ปีนี้เสียที จริงๆ มีเรื่องอยากโพสต์เยอะแยะเลยค่ะ แต่ไม่ได้ทำเสียที ไหนจะหนังสือที่ซื้อมาจากงานหนังสือที่ผ่านเพิ่นไป รีวิวหนังสือที่เพิ่งอ่านจบ และอีกมากมายที่คิดอยากจะเล่า...แต่ไม่ได้ลงมือเขียนสักที

วันนี้ขอเริ่มที่เรื่องการ์ดวันแม่ดีกว่าค่ะ เพราะถ้าไม่โพสต์เสียวันนี้ คงได้โพสต์พร้อมการ์ดวันพ่อแน่ๆ ค่ะ ที่โรงเรียนนี้เขาน่ารักอยู่อย่างคือ วันพ่อวันแม่ทุกปี คุณครูจะให้เด็กๆ นำรูปที่ถ่ายกับพ่อหรือแม่ไปโรงเรียน แล้วให้ทำการ์ดมาให้พ่อแม่

เด็กเขาจะภูมิใจนะคะ เวลาเอาอะไรที่ตัวเองทำเองกับมือมาให้ ยิ่งเราชมเขา...เขาก็ยิ่งรู้สึกภูมิใจในตัวเอง การ์ดวันพ่อวันแม่ที่ได้มานี้ จะเอาติดบอรด์ไว้ตรงโต๊ะทำงานค่ะ่ เวลาเขาเห็นทีไรก็จะบอกทุกครั้ง ว่าหนูระบายสีเองนะคะ สวยไหมคะ

ปีนี้การ์ดวันแม่เป็นรูปปูค่ะ เพราะโครงงานที่เรียนตอนเทอมแรกคือเรื่องสัตว์ทะเล ดูหน้าตาเด็กหญิงสิคะ


รูปข้างล่างเป็นรูปการ์ดชัดๆ ค่ะ มีขาแปดขา มีก้าม ระบายสีสวยเชียว



เดี๋ยวอีกสองเดือนเรามาดูกันนะคะว่าการ์ดวันพ่อปีนี้จะเป็นยังไง (ปีที่แล้วคุณพ่อมีแอบบ่นว่าการ์ดวันพ่อเล็กกว่าการ์ดวันแม่ด้วยล่ะ)

แล้วคราวหน้าจะมาคุยเรื่องหนังสือที่ได้มาจากงานหนังสือค่ะ