เรื่องรักของ...ปาย (บทนำ)

Wednesday, September 09, 2009




‘ปาย‘ เป็นชื่อของผู้หญิงคนหนึ่ง ที่เมื่อแรกเห็นทุกคนก็คิดอย่างเดียวกันว่า หล่อนเป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์ ชวนค้นหา และอยากอยู่ใกล้ แต่ปายไม่ใช่ผู้หญิงสวย หล่อนไม่ใช่ผู้หญิงที่ผู้ชายจะต้องมองจนเหลียวหลัง ไม่ใช่ผู้หญิงที่ผู้ชายคิดจะแก่งแย่งเพื่อเป็นเจ้าของ แม้จะมีผู้ชายถึงสองคนที่เฝ้าติดตามปายราวเงาตามตัว

ปายเป็นผู้หญิงเรียบๆ หน้าตาธรรมดาที่มีผมยาวเป็นลอนแต่ก็สลวยเป็นเงายามที่ต้องแสงแดด สิ่งที่โดดเด่นที่สุดบนใบหน้าของปาย คือ รอยยิ้ม

ยิ้มของหล่อนราวจุดโลกให้สว่างไสว

ใครๆ ที่มาหลงรักหล่อน มักจะรักรอยยิ้มอันอุ่นหัวใจนั้น

ปายมีบุคลิกคล่องแคล่ว ว่องไว สมกับตัวเล็กๆ ของเจ้าหล่อน หยิบจับอะไรก็ดูจะทันใจไปเสียหมด ปายจึงได้รับการยกย่องจากทุกคนว่าเป็นผู้หญิงเก่ง และยิ่งกว่านั้นเขาบอกกันว่า...

หล่อนเป็นผู้หญิงแกร่ง!

แต่ผู้หญิงเก่งและแกร่งอย่างปาย แท้จริงเต็มไปด้วยความอ้างว้าง หัวใจของเจ้าหล่อนเต็มไปด้วยท่วงทำนองบรรเลงของเพลงเหงา ผู้หญิงแกร่งที่ชื่อปายคนนี้มักจะนั่งมองสายฝนพรำด้วยน้ำตานองสองแก้ม

หล่อนบอกว่า หล่อนร้องไห้เป็นเพื่อนฟ้า แต่ใครจะรู้...

ปายร้องไห้ให้ตัวเอง

หล่อนร้องไห้ให้ความรัก

ความรักที่เป็นเพียงฝัน

เป็นเหมือนสายฝน ที่ชะโลมผืนดิน แล้วแห้งเหือด...หายไป
ภายใต้รอยยิ้มสว่างไสวของปาย คือ ร่องรอยของน้ำตา


เรื่องรักของปายเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยหล่อนเรียนมหาวิทยาลัย ครั้งนั้นหล่อนยังเป็นนักศึกษาวัยแรกรุ่นและมาดเซอร์สุดใจของหล่อนดึงดูดให้ คนอยากเข้ามาทำความรู้จักทำให้เจ้าหล่อนมีเพื่อนมากมาย แต่ในจำนวนเพื่อนเหล่านั้นกลับมีเพียงไม่กี่คนที่ยังคงมิตรภาพความเป็น เพื่อนมาจนถึงบัดนี้ และในจำนวนนั้นคือ...สองหนุ่มซึ่งเป็นปิ๊งแรกตอนปีหนึ่งนั่นเอง

เออ...เอากับเขาซี สาวหน้าตาไม่สะไม่สวย แต่รวยรอยยิ้มและเปี่ยมเสน่ห์อย่างปายมีปิ๊งแรกทีเดียวสองคนเลยเชียวนะ กระทั่งยัยรุจีดาวคณะอักษรฯ ยังแทบจะร้องกรี๊ดๆ เมื่อตอนที่รู้เข้า (ที่จริงปายรู้มาล่ะ ว่ายายนั่นน่ะ กรี๊ดจนเจ็บคอไปหลายวัน) ก็จะอะไรเล่า...ถ้าไม่ใช่ยายรุจีเองก็เล็งหนุ่มที่มาปิ๊งหล่อนอยู่เหมือนกัน

สองหนุ่มที่ว่านั้น คือ เยน ลูกครึ่งญี่ปุ่น-อังกฤษ-ไทย ผมกับดวงตาสีน้ำตาลอ่อนของเขาทำให้สาวๆ กรี๊ดกันทั้งมหา’ลัย บวกกับหน้าตาที่เหมือนพระเอกหนังญี่ปุ่นยังไงยังงั้นด้วยแล้ว แทบไม่ต้องบอกเลยใช่ไหม ว่าทำไมยายรุจีจะไม่โมโหจนถือว่าปายเป็นศัตรูหัวใจอันดับหนึ่ง

ถัดมาคือ ศิวา ชายหนุ่มซึ่งครั้งแรกที่ปายได้ยินชื่อก็ต้องหัวเราะกิ๊กจนเจ้าตัวเขามองปา ยด้วยสายตาเคืองๆ อยู่หลายวัน ก็แหม...จะไม่ให้ขำได้ไง คนอะไร...ชื่อเหมือนตัวละครในการ์ตูนเรื่องโปรดที่ปายชอบอ่าน...Cipher ของนาริตะ มินาโกะ เกิดมาจนโตเข้ามหา’ลัยได้ ปายยังไม่เคยนึกไม่เคยฝันว่าจะมีเพื่อนชื่อ ศิวา กับเขาสักคน จำได้ว่าปายเอ่ยปากถามอย่างจริงจังกับเขาถึงที่มาของชื่อนี้อยู่เหมือนกัน ได้ความว่า พ่อของเขาซึ่งเป็นจิตรกรชื่อดัง (อันนี้ปายมารู้เอาทีหลัง นึกปลื้มอยู่เป็นนาน นึกไม่ถึงเหมือนกันว่าตัวเองจะกระทบไหล่ลูกคนดังที่แอบชื่นชมชื่นชอบอยู่ ตั้งนาน) เป็นคนตั้งให้เพราะตอนที่แม่ของเขาตั้งท้องนั้น พ่อกำลังรับงานปั้นรูปหล่อของพระศิวะให้กับโรงแรมแห่งหนึ่ง จึงได้แนวคิดเอามาตั้งชื่อให้ลูกชายคนแรกซะเลย
ศิวา เป็นชายหนุ่มอารมณ์ติส ที่คงจะได้รับการถ่ายทอดมาจากสายเลือดศิลปินของพ่อ หน้าตาเฉยชา ไม่แคร์ชาวบ้าน กับท่าทางกวนๆ และผมยาวสลวยนั้นผูกใจปายตั้งแต่แรกพบ แต่ยังหรอก...ยัง มันยังไม่ใช่ความรัก

เพราะปายไม่รู้ว่าจะทนอารมณ์ศิลปิน ที่มีอาการติสขึ้นติสลงแบบนั้นได้มากแค่ไหน

ก็หล่อนเองใช่ว่าจะไม่มีอารมณ์อย่างว่านั้น

บทหล่อนจะติสขึ้น ศิวาก็ศิวาเถอะ มีอันต้องถอยไปตั้งหลักอยู่ไกลๆ

แต่ความรักของปายหาได้เกิดกับสองหนุ่มนี่ไม่ มันดันไปเกิดกับรุ่นพี่คนหนึ่งซึ่งปายไปเจอเข้าเย็นวันธรรมดา...ธรรมดา ...วันหนึ่งขณะกำลังจะกลับบ้าน ปายเดินผ่านสนามฟุตบอลเพราะทางนั้นเป็นทางที่ใกล้ที่สุดที่จะออกไปยังถนน เส้นที่ปายใช้เดินทางกลับบ้าน เดินๆ อยู่ปายก็รู้สึกเหมือนมีอะไรลอยมา หากไม่ทันที่จะหันไปมองว่าเป็นอะไร หัวของปายก็มึนตึ๊บเห็นดาวลอยคว้างตอนกลางวันแสกๆ ปายทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น พร้อมๆ กับมีเสียงทุ้มๆ ดังขึ้นใกล้ๆ
เสียงนั้นไม่ได้ทำให้ปายตื่นเต้นเท่าไรหรอก ตรงกันข้ามปายน่ะเดือดสุดๆ ตอนนั้นให้ใครมาถามปายก็คงบอกว่า หล่อนน่ะติสขึ้น แทบจะวีนแตกมันเดี๋ยวนั้น แต่ทันทีที่เห็นหน้าเจ้าของเสียง ไอ้ที่โมโหๆ อยู่ตะกี้ มันหายวับไปกับตา

...โอ้โฮ! คนอะไรหล่อเป็นบ้า…

ปายรำพึงรำพันอยู่ในใจ ตาของหล่อนคงแสดงความรู้สึกออกมาเต็มที่ เพราะเจ้าตัวเขายิ้มแปลกๆ พิกล จนหล่อนรู้สึกตัวและเขินหน้าแดง รีบลุกพรวดพราดทั้งที่ยังมึนไม่หาย แล้วเดินจ้ำอ้าวอย่างกับมีควายไล่จนพ้นบริเวณนั้นไป

ตั้งแต่วันนั้นปายก็เพ้อถึงรุ่นพี่คนนี้ไม่ได้หยุดไม่ได้หย่อน จนสองหนุ่ม...เยน และ...ศิวา ผนึกกำลังช่วยเหลือกันแทนที่จะเป็นปฏิปักษ์ต่อกันดังเช่นที่เคยเป็นมา

และนั่นเอง คือ จุดเริ่มต้นของเรื่องราวความรักที่เจ็บปวดของปาย และความสัมพันธ์อันสนิทแนบแน่นระหว่างปาย เยน และศิวาก็ได้อุบัตึขึ้นพร้อมๆ กัน คงอยู่จนมาถึงขณะนี้ที่กาลเวลาได้เปลี่ยนแปรสาวน้อยวัยใสอย่างปายให้กลาย เป็นสาวสะพรั่งเต็มตัว หากปายก็ยังเป็นปายคนเดิมอยู่นั่นเอง


ปายมาสืบรู้ทีหลังว่า รุ่นพี่คนนั้น ชื่อ พี่เปลว

พี่เปลว เป็นหนุ่มหล่อ ผิวคร้าม หน้าตาคมเข้ม เหมือนคนใต้ รูปร่างสูงใหญ่อย่างคนที่เล่นกีฬายิ่งเสริมให้พี่เปลวดูดีกว่าใครๆ กระนั้นคนรูปหล่อมาดดี มันก็ต้องมีอะไรที่เป็นจุดบอดบ้างล่ะน่า... และจุดบอดที่ว่าของพี่เปลวนั้น แท้จริงก็มิได้สลักสำคัญอะไรนักในสายตาของปาย (แม้ว่าหล่อนจะหัวร่องอหายหลายเที่ยวทีเดียวเมื่อรู้เข้าทีแรก)

จุดบอดของพี่เปลวนั้นอยู่ทีชื่อ เพราะพี่เปลวมีชื่อจริงที่ฟังดูละม้ายนักรบบางระจัน ยิ่งถ้าเอาชื่อของเขามารวมกับรูปร่างหน้าตาล่ะก็ ทุกคนต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า...ใช่เลย

พี่เปลว มีชื่อจริงๆ ตามบัตรประชาชนว่า ทองเปลว

ปายว่าดีเท่าไรแล้วที่พ่อแม่พี่เปลวไม่ตั้งชื่อให้ว่า ทองคำเปลว ไม่อย่างนั้นปายอาจจะหัวเราะจนขากรรไกรค้างก็ได้นะ (เพราะเท่าที่เป็นอยู่ปายก็พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่นึกถึงชื่อจริงของพี่ เปลวเวลาพบหน้าเขา จะอะไรล่ะ...ปายกลัวกั้นหัวเราะไม่อยู่น่ะซี...ถามได้)

ที่จริงเรื่องราวความรักระหว่าปายกับพี่เปลวเปรียบเหมือนเทพนิยายสำหรับ ปายเลยทีเดียว ค่าที่ปายประเมินตัวเองอยู่ตลอดเวลาว่าไม่ได้เป็นคนสวยน่ารักอะไรอย่างคน อื่นเขา เมื่อพี่เปลวมาสนใจปาย ปายเลยดีใจและเป็นปลื้มเอามากๆ จนสองหนุ่มที่กลายมาเป็นคู่ซี้ส่ายหน้ากันไปตามๆ กัน แถมบ่นกระปอดกระแปดน้อยใจเสียอีกว่า ทีกับพวกเขาปายไม่เห็นจะทำท่าดีอกดีใจขนาดนี้ ทั้งที่เยนและศิวาก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่ (ปายยังงงตัวเองไม่หายเหมือนกัน ทำไมถึงไม่สนใจสองหนุ่มนั้น คนหนึ่งเป็นถึงเดือนคณะสถาปัตย์ อีกคนเป็นหนุ่มศิลปกรรมที่สาวกรี๊ดกันมากที่สุดในชั่นปี)

...หรือว่า...ปายจะชอบคนแก่...

นั่นเป็นคำพูดของเยน ซึ่งปายถึงกับค้อนหน้าคว่ำเมื่อได้ยิน

มันเริ่มต้นอย่างสวยงาม หากเวลาที่จบลงกลับทำให้ปายเจ็บปวดจนไม่คิดจะมีความรักครั้งใหม่กับใครง่ายๆ อีกนับแต่นั้น ปายกับพี่เปลวคบหากันตั้งแต่ปายเรียนปีหนึ่งจนกระทั่งจบมหา’ลัย เป็นคู่ที่ใครๆ ก็เฝ้าจับตามอง เพราะคบกันมาเนิ่นนานจนเรียกได้ว่า... เห็นปายที่ไหน ต้องเห็นพี่เปลวที่นั่น

พอๆ กับที่เยน และศิวาอยู่ไหน ปายก็มักจะอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลแถวนั้นเช่นกัน

ทุกอย่างเป็นไปอย่างดี จนกระทั่งวันที่ปายเรียนจบ เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร พี่เปลวซึ่งจบไปก่อนปายก็มาร่วมแสดงความยินดีพร้อมกับดอกไม้ช่อโต

แต่ที่ไม่คาดคิด...มันมาพร้อมกับคำอำลา

“ปาย พี่ดีใจด้วยที่ปายมาถึงวันนี้ พี่ดีใจและก็ภูมิใจแทนพ่อแม่ปาย ปายเป็นผู้หญิงเก่ง คนเก่งอย่างปายคงจะประสบความสำเร็จในชีวิตแน่ๆ พี่มั่นใจอย่างนั้นนะปาย แล้วปายก็เป็นผู้หญิงที่เข้มแข็ง เป็นผู้หญิงแกร่งอย่างที่พี่ไม่เคยเจอ...”

คำอวยพรของพี่เปลวทำให้ปายรู้สึกตื้นตันเมื่อฟังครั้งแรก ทว่าเมื่อพี่เปลวยิ่งพูด...ยิ่งพูด...ปายกลับรู้สึกว่ามันมีอะไรเคลือบแคลง อยู่ภายใต้น้ำเสียงเหมือนคนกำลังประหม่าของพี่เปลว

พี่เปลวที่คบและรู้จักกับปายมาสี่ปี ยังจะต้องรู้สึกประหม่าเวลาคุยกับปายอีกหรือ...???

ความสงสัยของปายอันตรธาน...เหมือนมันไม่เคยมีมาก่อน เมื่อปายได้เห็น...

พี่เปลว...กับ...ดอกไม้ช่อโต และยายรุจี

ยายรุจีที่ทำตัวเป็นคู่แข่งกับปายมาตั้งแต่เรียนปีหนึ่ง กลับแซงปายช่วงโค้งสุดท้ายของชีวิตมหา’ลัย

ปายยืนอึ้ง...พูดอะไรไม่ออก น้ำตาไม่ได้ไหลออกมาให้ใครเห็น แต่มันกลับไหลย้อนเข้าไปข้างใน...ไหลลงสู่หัวใจ รสขมของมันแผ่ซ่านขึ้นมาทีละนิด...ทีละน้อย...แล่นขึ้นจากโพรงอกออกมาสู่ลำ คอที่ตีบตัน...แห้งผาก

ยายรุจีซึ่งหันมาเห็นปายเข้าก่อน สะกิดพี่เปลวที่หน้าถอดสีไปนิดเดียว...ปายสาบานได้ว่าเห็นเขาทำหน้าตกใจ เพียงชั่วลมหายใจเข้า แล้วเหมือนเขาจะสลัดมันทิ้งโดยเร็ว เขาปล่อยมือที่โอบรอบเอวยายรุจีแล้วเดินมาหาปายเหมือนเสียไม่ได้

“ปาย...ปายเห็นแล้ว...ใช่ไหม”

ปายเริ่มรู้สึกว่าโมโห...จากเสียใจ มันเริ่มแปรเปลี่ยน...

“พี่จะบอกปาย แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง”

พี่เปลวทำหน้าเหมือนเสียใจเสียเต็มประดา แต่...เปล่าหรอก สายตาพี่เปลวน่ะ หันไปมองยายรุจีตลอดเวลา!!!

“พี่กับรุจีหมั้นกันแล้ว”

เขาปล่อยหมัดเด็ดออกมา แล้วนั่นเองที่ทำให้ปายไม่สามารถจะทนได้อีกต่อไป

“หมั้นงั้นเหรอ...พี่เปลวหมั้นกับรุจีตั้งแต่เมื่อไร”

ปายถามเสียงเย็น ถ้าไม่มีเยนกับศิวาคอยดึงมือไว้ล่ะก็...ปายคงชกหน้าพี่เปลวไปแล้ว (ใช่...ผู้หญิงอย่างปายแกร่งนี่นา)

“เอ่อ..เอ่อ....”

พี่เปลวอ้ำอึ้ง หน้าจืดเจื่อน

...ให้ตายเถอะ...นี่ปายเคยมองพี่เปลวเป็นฮีโร่ได้ยังไงนะ...

ปายนึกในใจ เพราะพี่เปลวตอนนี้กลับเป็นเพียงผู้ชายขี้ขลาดที่ไม่กล้ายอมรับความจริง ปายหันหลังและเดินออกมาอย่างเงียบๆ เยนและศิวาเดินตามมาหลังจากที่ได้ทิ้งสายตาเชือดเฉือนไปยังผู้ชายที่บัดนี้ กลายเป็นอดีตของปาย

รักของปายสิ้นสุดลงเพียงเท่านั้น ในวันที่ปายสมควรจะดีใจที่สุดในชีวิต เพราะเป็นวันที่ปายประสบความสำเร็จในขั้นแรก
น้ำตาหรือ...

ใครๆ คงคิดว่าปายจะต้องร้องไห้ฟูมฟายเพราะอาลัย แต่เปล่าเลย...ไม่มีวันเสียหรอก ปายไม่ยอมร้องไห้ให้กับผู้ชายอย่างนั้นเด็ดขาด

ทว่า...น้ำตาที่มิได้ไหลออกมา มันย้อนกลับเข้าไปขังอยู่ข้างใน
หลังจากนั้นปายกลับบ้าน ไม่ว่าเมื่อไรบ้านยังคงเป็นแหล่งที่พักพิงอันอบอุ่น ที่นั่นทำให้ปายได้รู้ว่า ปายยังมีใครๆ และใครๆ ที่ปายมีก็ไม่เคยมองปายอย่างไร้ค่า ปายยังเป็น ‘ลูกปายจ๋า’ ของแม่ปาน เป็น ‘ไอ้เจ้าปาย’ ของพ่อนาย

ปายเก็บเกี่ยวความสุข ความอบอุ่นที่ได้รับเอาไว้ เพราะรู้ดีว่าเมื่อกลับมาเผชิญโลกในเมืองหลวง ปายจะต้องใช้พละกำลังมากเพียงใดในการต่อสู้ฝ่าฟัน

You Might Also Like

2 Comments

  1. เรื่องนี้ก็น่าอ่านมากๆ

    ถ้าคนแต่งที่น่ารักมีเวลาอย่าลืมอัพเรื่องนี้ให้อ่านกันต่อนะคะ

    ReplyDelete

Flickr Images

Subscribe